เปิดร้านค้า Facebook

ขั้นตอนการสร้าง Facebook Page (ไม่มีค่าใช้จ่าย)

help

Facebook เป็น Social Network ที่มีผู้ใช้บริการมากที่สุดในโลก ปัจจุบันมีผู้ใช้งาน Facebook ในเมืองไทยถึง 14 ล้านคน ซึ่งคิดเป็น 80% ของผู้ใช้งาน Internet ทั้งประเทศ Facebook ช่วยให้คุณสามารถติดต่อกับฐานลูกค้าเดิม, หากลุ่มลูกค้าใหม่ หรือแม้แต่กระจายเรื่องราวธุรกิจข้อมูลสินค้าและบริการของคุณออกไปให้โลกได้รับรู้ คุณสามารถใช้ประโยชน์จาก Facebook กับธุรกิจของคุณ โดยผ่าน Facebook Page ครับ ซึ่งในบทความนี้เราจะอธิบายการสร้าง Facebook Page อย่างเป็นขั้นตอนครับ

FB-Cover-1


Facebook Page และการเลือกประเภท

Facebook Page คือ เครื่องมือที่เราสร้างขึ้นเพื่อใช้ติดต่อสื่อสารกับลูกค้า เราสร้าง Page ขึ้นมาเพื่อให้ลูกค้าหรือผู้ที่สนใจในธุรกิจของเราเข้ามากด Like ซึ่งเมื่อลูกค้ากด Like แล้ว ข้อความของเราจะไปปรากฎให้พวกเขาเห็นในหน้า News feed

ข้อแนะนำในการเลือกประเภทของ Page

ในระหว่างการสร้าง Facebook Page คุณจะต้องเลือกว่าคุณอยากจะให้ Page ที่คุณกำลังจะสร้างอยู่ในประเภทไหนใน 6 ประเภทที่ Facebook กำหนดขึ้น ซึ่งไม่ว่าคุณจะเลือกอะไร ผมอยากจะขอแนะนำให้คุณเลือกจาก มุมมองของลูกค้าว่ามองธุรกิจคุณเป็นแบบไหน ซึ่งมันจะช่วยให้ลูกค้าค้นหาหน้า Page ของคุณได้ง่ายขึ้นครับ

แล้วจะเลือกประเภทไหนดีละ

โดยทั่วๆไป แล้วคุณน่าจะเลือกระหว่าง 3 ประเภทนี้ คือ 1) ธุรกิจท้องถิ่นหรือสถานที่ 2) Company, Organization or Institution 3) แบรนด์หรือผลิตภัณฑ์ หากคุณมีหน้าร้านที่ลูกค้าสามารถแวะเข้าไปได้ คุณควรที่จะเลือก ธุรกิจท้องถิ่นหรือสถานที่ ยกตัวอย่างเช่น ร้านขายกระเป๋าที่ Siam Square, ร้านขายเสื้อผ้าที่จตุจักร, ร้านสปา-นวดแผนไทยที่สาทรเป็นต้น นอกจากนี้เมื่อลูกค้าทำการ Check in ที่หน้าร้าน ข้อมูลดังกล่าวก็จะไปปรากฎบนหน้า Wall ของ Page ของเรา, หน้า Wall ของลูกค้า, และหน้า News Feed ของเพื่อนลูกค้าอีกด้วย เลือก Company, Organization or Institution หาคุณเป็นองค์กร บริษัท หรือ สถาบันการศึกษาที่ ลูกค้าไม่ได้ไปหาคุณที่หน้าร้าน หากคุณมี Brand หรือสินค้าที่เป็นของคุณเองเลือก แบรนด์หรือผลิตภัณฑ์ นะครับ หรือถ้าหากคุณไม่มีหน้าร้านแต่อยากจะเริ่มเปิด Page คุณสามารถเลือกตัวเลือกนี้ได้ครับคุณสามารถกลับมาเลือกประเภท FB Page ได้ใหม่ หลังจากที่สร้าง FB Page เสร็จแล้วดังนั้นไม่ต้องซีเรียสเกินไปนะครับ

ขั้นตอนการสร้าง Facebook Page (ไม่มีค่าใช้จ่าย)

ขั้นตอนที่ 1

เริ่มโดยการไปที่ : https://www.facebook.com/pages/create คุณจะพบหน้าแบบนี้ที่ Facebook ครับ โดยหลักๆแล้วจะมีชนิดของเพจให้เลือก 6 ชนิด คือ
  1. ธุรกิจหรือสถานที่ท้องถิ่น
  2. บริษัท องค์กร หรือสถาบัน
  3. แบรนด์หรือผลิตภัณฑ์
  4. ศิลปิน วง หรือบุลคลสาธารณะ
  5. บันเทิง
  6. สาเหตุหรือชุมชน

ให้เลือกชนิดของเพจที่ตรงตามรูปแบบของสินค้า หรือ ธุรกิจ ของคุณ

การสร้าง Facebook Page (ไม่มีค่าใช้จ่าย) - 1


ขั้นตอนที่ 2



โดยผมจะขอเลือกเพจชนิด ธุรกิจหรือสถานที่ท้องถิ่น โดยในส่วนนี้จำเป็นต้องใส่รายละเอียดให้ครบในทุกช่องนะครับ
  • โดยเริ่มจากช่องแรกคือประเภท ผมได้ทำการเลือกเป็นประเภท บริการทางธุรกิจ
  • ชื่อเพจโดยผมจะกำหนดเป็น BentoWeb Page Test (ตัวอย่าง)
  • ที่อยู่ (ขอแนะนำให้กรอกข้อมูลเป็น ภาษาอังกฤษ นะครับ เพื่อให้ Facebook สามารถค้นหาตำแหน่งได้ถูกต้อง รวมไปถึงการทำจุด Check-in)
  • ในช่องของ เมือง/รัฐ หากกรอกข้อมูลเป็นภาษาไทยทาง Facebook จะไม่สามารถดำเนินการต่อได้ครับ โดยผมขอแนะนำให้ใส่ข้อมูลเป็น ภาษาอังกฤษ ครับ ทางระบบจะมีตัวเลือกขึ้นมาให้เลือกครับ (ให้กรอกเพียง Bang ครับ ระบบจะแสดงตัวเลือกขึ้นมาให้ในลักษณะนี้ครับ Bangkok, Thailand)
  • รหัสไปรษณีย์
  • เบอร์โทรศัพท์
  • เลือก ฉันยอมรับ เงื่อนไขหน้า Facebook

จากนั้นกดที่ปุ่ม เริ่ม ครับ

การสร้าง Facebook Page (ไม่มีค่าใช้จ่าย) - 2


ขั้นตอนที่ 3

1.เกี่ยวกับ
ส่วนนี้จะเป็นการเพิ่มข้อมูลต่างๆให้กับหน้าเพจครับ โดยเริ่มจาก
  • ในช่องของหมวดหมู่ ให้ใส่ประเภทของธุรกิจ (ตัวอย่างจะเป็น ผู้ให้บริการทางอินเตอร์เน็ต โดยในส่วนนี้ให้ทดลองใส่ประเภทดูนะครับ ทางระบบจะแสดงตัวเลือกขึ้นมาให้ เพราะข้อมูลในส่วนนี้จะไม่สามารถตั้งเองได้ครับ)
  • ส่วนในช่อง “เพิ่มคำอธิบายด้วยข้อมูลเบื้องต้นสำหรับ BentoWeb Page Test” ให้ใส่เป็นรายละเอียดสำหรับเพจครับเช่น “BentoWeb คือ ระบบร้านค้าสำเร็จรูป.....” (จำเป็นต้องใส่รายละเอียดครับ)
  • ถัดมาจะเป็นช่องให้ใส่ “เว็บไซต์ของคุณ” (หากไม่มีสามารถเว้นช่องนี้ไปได้เลยครับ) ในที่นี้ผมจะใส่เป็น https://www.BentoWeb.com
  • Bentoweb Page Test เป็นการก่อตั้ง ธุรกิจ หรือสถานที่จัดงานที่มีอยู่จริงให้เลือกใช่, ไม่มีอยู่จริงให้เลือกไม่ครับ
  • Bentoweb Page Test จะเป็นตัวแทนอย่างเป็นทางการที่ได้รับอนุญาตของการก่อตั้งธุรกิจ หรือสถาที่จัดงานนี้บน Facebook หรือไม่

การสร้าง Facebook Page (ไม่มีค่าใช้จ่าย) - 3 
การสร้าง Facebook Page (ไม่มีค่าใช้จ่าย) - 4


ขั้นตอนที่ 4

2.รูปประจำตัว
ส่วนนี้เป็นการเพิ่มรูปประจำตัว (รูป Profile) โดยผมจะขออนุญาตอัพโหลดรูปจากในคอมพิวเตอร์ของผมนะครับ ให้เลือกไปที่ “อัพโหลดจากคอมพิวเตอร์” ครับ เมื่อทำการเลือกรูปเสร็จเรียบร้อยให้กดที่ปุ่ม ถัดไป ครับ

การสร้าง Facebook Page (ไม่มีค่าใช้จ่าย) - 5 
การสร้าง Facebook Page (ไม่มีค่าใช้จ่าย) - 6


ขั้นตอนที่ 5

3.เพิ่มในรายการโปรด
ส่วนนี้จะเป็นขั้นตอนที่ทางระบบจะถามเราว่าต้องการเพิ่มหน้าเพจนี้ลงในรายการโปรดหรือไม่ หากไม่ต้องการเพิ่ม สามารถกดข้ามไปได้เลยครับ


การสร้าง Facebook Page (ไม่มีค่าใช้จ่าย) - 7


ขั้นตอนที่ 6

4.เข้าถึงผู้คนเพิ่มเติม
ส่วนนี้จะเป็นขั้นตอนการทำโฆษณาให้กับหน้า Facebook Page ครับ จะเป็นการโปรโมทหน้าเพจให้มีคนพบเห็นมากขึ้น และสามารถช่วยเพิ่มจำนวน Like ให้กับทางเพจได้แน่นอนครับ แต่ก็จำเป็นต้องเสียค่าใช้จ่ายในการโปรโมท ซึ่งในส่วนของค่าใช้จ่ายนั้นจะเป็นไปตามข้อกำหนดของทาง Facebook ครับ หากไม่ต้องการใช้บริการในส่วนนี้สามารถกดที่ปุ่ม ข้าม ไปได้เลยครับ


การสร้าง Facebook Page (ไม่มีค่าใช้จ่าย) - 8



การสร้าง Facebook Page (ไม่มีค่าใช้จ่าย) - 9
เป็นอันเสร็จเรียบร้อยแล้วครับ สำหรับการสร้างเพจ ผมต้องขอชี้แจงสักนิดนึงนะครับ ข้อมูลในเบื้องต้นที่ได้ทำการกรอกลงไปนั้น จะสามารถกลับไปแก้ไขได้ในทุกส่วนนะครับ และที่สำคัญอย่าลืมเข้าไปทำการเพิ่ม Facebook Username ด้วยนะครับ เพื่อให้ง่ายต่อการจดจำ และสะดวกต่อการโพสลิงค์เพื่อประชาสัมพันธ์


**สำหรับผู้ที่ต้องการสร้างจุด Check-In**

ในส่วนของที่อยู่นั้นจำเป็นอย่างมากที่จะต้องกรอกข้อมูลเป็นภาษอังกฤษครับ สำหรับผู้ที่ทำการสมัครเพจในชนิด ธุรกิจหรือสถานที่ท้องถิ่น โดยส่วนมากแล้วจะใส่ที่อยู่เป็นภาษาไทยครับ โดยที่หากใส่เป็นภาษาไทยนั้น Facebook สามารถกดเริ่มได้ครับแต่เมื่อต้องการให้ระบบของ Facebook นั้นค้นหาตำแหน่งที่ถูกต้องจริงๆจะไม่สามารถทำได้ครับ ดังภาพด้านล่างนี้จะแสดงให้เห็นว่า เมื่อตอนที่ทำการสร้างเพจใส่ที่อยู่เป็นภาษาไทย นั้นผลที่ได้จะเป็นดังนี้ครับ

การสร้าง Facebook Page (ไม่มีค่าใช้จ่าย) - 10

เมื่อทำการสร้างเพจประเภท ธุรกิจหรือสถานที่ท้องถิ่น ขึ้นมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว(แต่ในส่วนของที่อยู่ กรอกข้อมูลเป็นภาษาไทยนะครับ) เมื่อเข้าไปดูในส่วนของรายละเอียดของเพจจะมีตำแหน่ง Check-in ขึ้นโชว์ครับ แต่ตำแหน่งนั้นจะไม่ตรงกับตำแหน่งจริงครับ หากเข้าไปดูในหน้าของการแก้ไขเพจจะเห็นเป็นตัวหนังสือสีแดงขึ้นบอกว่า “ไม่สามารถทำการค้นหาตำแหน่งที่คุณระบุไว้ได้” อาจจะเป็นผลทำให้ลูกค้าเปิดการ Check-in ขึ้นมาแล้วเห็นว่าตำแหน่งไม่ตรงกับตำแหน่งจริง อาจจะเป็นเหตุผลที่ทำให้ลูกค้าทำการสร้างจุด Check-in ขึ้นมาใหม่ (**สำหรับจำนวนคนกด Check-in จะไม่สามารถนำมารวมกันได้นะครับ**)

การสร้าง Facebook Page (ไม่มีค่าใช้จ่าย) - 11

สำหรับการใส่ ที่อยู่ ที่ถูกต้องจะเป็นลักษณะนี้นะครับ จะทำให้ตำแหน่งและพิกัดถูกต้อง จึงทำให้การ Check-In ไม่ผิดพลาดครับผม^^**หมายเหตุ** : เนื่องจากหลายๆคนอาจจะเกิดการสับสนระหว่าง คำว่า ชื่อเพจ, ที่อยู่, เว็บไซด์ โดยที่ทั้ง 3 คำนี้นั้น จะอยู่ในคนละขั้นตอนนะครับผม ผมจะขออนุญาตชี้แจงทีละหัวข้อนะครับ

ชื่อเพจ : จะเป็นชื่อของเพจครับ โดยส่วนนี้จะสามารถกำหนดได้หลังจากเลือกประเภทของเพจครับ ดังตัวอย่างนั้นจะเป็นเพจประเภท ธุรกิจหรือสถานที่ท้องถิ่น หลังจากนั้นในบรรทัดแรกจะเป็นการเลือกหมวดหมู่ของเพจครับ ถัดมาบรรทัดที่สองจะเป็นหัวข้อ "ชื่อธุรกิจหรือสถานที่" ส่วนนี้คือชื่อที่เมื่อทำการตั้งแล้ว ชื่อในช่องนี้จะเป็นชื่อของเพจ ครับ จากตัวอย่างในบทความจะอยู่ในขั้นตอนที่ 2 ครับ

ที่อยู่ : จะเป็นที่อยู่ของตัวเราครับ เช่น BentoWeb จะอยู่ที่ 549/9 Sathupadit 34 Sathupadit Rd. Bangpongpang, Yannawa Bangkok 10120 เหตุผลที่จำเป็นต้องใส่ข้อมูลเป็นภาษาอังกฤษ นั้นเป็นเพราะว่าข้อมูลตำแหน่งของทาง Facebook จะเป็นภาษาอังกฤษ จึงทำให้ข้อมูลภาษาไทยนั้นจะไม่สามารถค้นหาตำแหน่งได้ครับ อาจจะส่งผลให้กรณีที่ต้องการสร้างจุด Check-in นั้นไม่สามารถทำได้ครับ จากตัวอย่างในบทความจะอยู่ในขั้นตอนที่ 2 ครับ

เว็บไซด์ : ส่วนนี้จะอยู่ในขั้นตอนหลังจากที่เลือกประเภทของเพจและกรอกข้อมูลเรียบร้อยแล้ว สำหรับเว็บไซด์นั้นให้กรอกเป็นที่อยู่เว็บไซด์ของตัวคุณเอง ยกตัวอย่างเช่น คุณมีเว็บไซด์สำหรับธุรกิจอยู่แล้ว(www.bentoweb.com) แต่ต้องการสร้าง Facebook Page ขึ้นมาเพิ่มเติม ในช่องนี้ให้คุณนำเว็บไซด์ของคุณมาใส่ในช่องนี้ครับ(www.bentoweb.com) แต่ในกรณีที่คุณไม่มีเว็บไซด์ สามารถเว้นว่างในช่องนี้ได้ครับ

จากตัวอย่างในบทความจะอยู่ในขั้นตอนที่ 3 ครับ